เฮลท์ ฟิต ชีลด์ ประกันสุขภาพวงเงินต่อครั้งแอดมิท เลือก 4 แผน อ่านวงเงินรวมหมวด ข้อยกเว้น Deductible ระยะรอคอย และ Co-payment ก่อนสมัคร
เฮลท์ ฟิต ชีลด์ ของไทยประกันชีวิต วางกรอบค่ารักษาใหม่ทุกครั้งแอดมิท มีทางเลือก 4 ระดับตั้งแต่ 200,000 ถึง 400,000 บาท จุดตั้งต้นของเปิ้ลคือหาคำตอบว่าเรารับส่วนต่างหน้าเคาน์เตอร์ได้เท่าไรครับ แล้วจึงจับคู่ค่าห้อง เพดานรวมรายหมวด ช่องที่เว้นความคุ้มครอง และเบี้ยประกันสุขภาพระยะยาว แบบนี้ตอบโจทย์คนอยากกันความเสี่ยงตอนนอนโรงพยาบาลโดยยังคุมรายจ่ายประจำปี แต่คำว่า “ต่อครั้ง” ต้องถูกอ่านก่อนคำว่า “วงเงิน”
ให้นึกถึงกระเป๋าค่ารักษาที่เปิดเมื่อมีเหตุเข้าโรงพยาบาลหนึ่งรอบ ตามคำนิยามในสัญญา รอบใหม่จึงมีกระเป๋าใหม่ ต่างจากแบบที่รวมการใช้ตลอดปี คนซึ่งเน้น IPD และอยากรู้ขอบบนต่อเหตุชัด ๆ จะอ่านโครงนี้ง่าย โดยต้องยอมรับว่าข้างในยังมีกระเป๋าย่อยและบางรายการถูกเว้นไว้
ผู้มีสิทธิจากนายจ้างอยู่แล้วอาจใช้สิทธินั้นรับส่วนหน้า แล้วให้สัญญาส่วนตัวช่วยชั้นถัดไป คนที่ตั้งงบเบี้ยต่ำกว่าแบบวงเงินรายปีสูงก็ใช้ชีลด์เป็นตัวเลือกเปรียบเทียบได้ เงื่อนไขที่ห้ามมองข้ามคือ หมวด 7–13 ไม่คุ้มครอง ช่องว่างจึงรวม OPD การล้างไต รังสีรักษา เคมีบำบัด รถพยาบาลฉุกเฉิน และผ่าตัดเล็ก
กระเป๋าใหญ่ 200,000–400,000 บาทไม่ได้หมายความว่าหยิบใช้กับทุกรายการได้เต็มจำนวน แผน 1–2 รวบค่าตรวจ ค่าบำบัด ค่ายา และเวชภัณฑ์ไว้ใต้เพดานหมวด 2 อีกก้อนหนึ่ง หมวด 6 ก็แบ่งก้อนเฉพาะของตัวเอง เมื่อรายการแรกใช้ไป รายการถัดไปจึงเหลือน้อยลง แผน 3–4 เปลี่ยนหลายช่องหลักเป็นจ่ายตามจริงภายใต้ยอดต่อครั้ง แต่ไม่ได้เติมหมวด 7–13 กลับเข้ามา
| เฮลท์ ฟิต ชีลด์ เลือกตามวงเงินต่อครั้ง | แผน 1 วงเงิน 200,000/ครั้ง | แผน 2 วงเงิน 300,000/ครั้ง | ★ แผนแนะนำ แผน 3 วงเงิน 400,000/ครั้ง | แผน 4 วงเงิน 400,000/ครั้ง |
| ภาพรวมแผน | ||||
| ส่วนแรกที่จ่ายเอง (Deductible) | ไม่มี | ไม่มี | ไม่มี | 20,000 |
| รหัสแผนในใบเสนอ | แผน 1 | แผน 2 | แผน 3 | แผน 4 |
| 1. ผลประโยชน์กรณีเป็นผู้ป่วยใน | ||||
| 1.1 ห้องผู้ป่วยปกติ ต่อวัน ห้องปกติ+ICU รวมสูงสุด 150 วัน/ครั้ง | 2,000 | 3,000 | 4,000 | 4,000 |
| 1.2 ห้องผู้ป่วยวิกฤติ (ICU) สูงสุด 15 วัน/ครั้ง | 4,000 | 6,000 | 8,000 | 8,000 |
| 2.1 ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อการตรวจวินิจฉัย แผน 1–2 เป็นวงเงินรวมหมวด 2 ต่อครั้ง | 20,000 | 30,000 | จ่ายตามจริง | จ่ายตามจริง |
| 2.2 ค่าบำบัดรักษา ค่าโลหิต และค่าบริการทางการพยาบาล | รวมในวงเงินหมวด 2 | รวมในวงเงินหมวด 2 | จ่ายตามจริง | จ่ายตามจริง |
| 2.3 ค่ายา ค่าสารอาหารทางหลอดเลือด และค่าเวชภัณฑ์ | รวมในวงเงินหมวด 2 | รวมในวงเงินหมวด 2 | จ่ายตามจริง | จ่ายตามจริง |
| 2.4 ค่ายาและเวชภัณฑ์สิ้นเปลืองสำหรับกลับบ้าน สูงสุด 7 วัน/ครั้ง | 5,000 | 5,000 | 5,000 | 5,000 |
| 3 ค่าแพทย์ตรวจรักษาระหว่างเป็นผู้ป่วยใน | จ่ายตามจริง | จ่ายตามจริง | จ่ายตามจริง | จ่ายตามจริง |
| 4.1 ค่าห้องผ่าตัด และค่าห้องทำหัตถการ | จ่ายตามจริง | จ่ายตามจริง | จ่ายตามจริง | จ่ายตามจริง |
| 4.2 ค่ายา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์การผ่าตัด/หัตถการ | จ่ายตามจริง | จ่ายตามจริง | จ่ายตามจริง | จ่ายตามจริง |
| 4.3 ค่าแพทย์ทำศัลยกรรมและหัตถการ รวมแพทย์ผู้ช่วย | จ่ายตามจริง | จ่ายตามจริง | จ่ายตามจริง | จ่ายตามจริง |
| 4.4 ค่าวิสัญญีแพทย์ | จ่ายตามจริง | จ่ายตามจริง | จ่ายตามจริง | จ่ายตามจริง |
| 4.5 ค่ารักษาโดยการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ | จ่ายตามจริง | จ่ายตามจริง | จ่ายตามจริง | จ่ายตามจริง |
| 5 การผ่าตัดหรือหัตถการแบบกลับบ้านได้วันเดียว | จ่ายตามจริง | จ่ายตามจริง | จ่ายตามจริง | จ่ายตามจริง |
| 2. ผลประโยชน์กรณีไม่ต้องเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน | ||||
| 6.1 ค่าตรวจวินิจฉัยที่เกี่ยวข้องโดยตรงภายใน 30 วันก่อนและหลังการเข้าพักรักษาตัว วงเงินรวมหมวด 6 ต่อครั้ง | 4,000 | 6,000 | 8,000 | 8,000 |
| 6.2 ค่ารักษาผู้ป่วยนอกต่อเนื่องภายใน 30 วันหลังออกจากโรงพยาบาล | รวมในวงเงินหมวด 6 | รวมในวงเงินหมวด 6 | รวมในวงเงินหมวด 6 | รวมในวงเงินหมวด 6 |
| 7 ค่ารักษาจากอุบัติเหตุแบบไม่นอนโรงพยาบาล | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง |
| 8 ค่าฟื้นฟูตามเงื่อนไขต่อรอบปีกรมธรรม์ | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง |
| 9 ค่าฟอกไตสำหรับโรคไตวายเรื้อรัง | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง |
| 10 ค่ารังสีรักษามะเร็ง | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง |
| 11 ค่าเคมีบำบัดรักษามะเร็ง | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง |
| 12 ค่ารถพยาบาลกรณีฉุกเฉิน | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง |
| 13 การผ่าตัดเล็กที่ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง |
| ความคุ้มครองเพิ่มเติมที่รวมอยู่ในเบี้ยชุดนี้ | ||||
| เฮลท์ ฟิต เฮชบี โปร · ค่าชดเชยรายวันเมื่อนอนโรงพยาบาล (รวม Day Case) สูงสุด 1,250 วัน/ครั้ง | 1,000 บาท/วัน | 1,000 บาท/วัน | 1,000 บาท/วัน | 1,000 บาท/วัน |
| เฮลท์ ฟิต เฮชบี โปร · ค่าชดเชยรายวันห้อง ICU สูงสุด 365 วัน/ครั้ง | 4,000 บาท/วัน | 4,000 บาท/วัน | 4,000 บาท/วัน | 4,000 บาท/วัน |
| เฮลท์ ฟิต เฮชบี โปร · ค่าชดเชยเมื่อมียากลับบ้านหลังออกจากโรงพยาบาล | 1,000 บาท/ครั้ง | 1,000 บาท/ครั้ง | 1,000 บาท/ครั้ง | 1,000 บาท/ครั้ง |
| เฮลท์ ฟิต เฮชบี โปร · ค่าชดเชยเมื่อนอนโรงพยาบาลและผ่าตัด จ่าย 1 ครั้งต่อการนอนโรงพยาบาล | 15,000 บาท/ครั้ง | 15,000 บาท/ครั้ง | 15,000 บาท/ครั้ง | 15,000 บาท/ครั้ง |
| เฮลท์ ฟิต เฮชบี โปร · ค่าชดเชยโรคร้ายแรง 10 โรค สูงสุด 3 โรคตลอดสัญญา · ไม่คุ้มครองใน 90 วันแรก | 30,000 บาท/โรค | 30,000 บาท/โรค | 30,000 บาท/โรค | 30,000 บาท/โรค |
| เฮลท์ ฟิต เฮชบี โปร · ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง | 200,000 บาท | 200,000 บาท | 200,000 บาท | 200,000 บาท |
| เฮลท์ ฟิต เฮชบี โปร · เสียชีวิตจากโรคร้ายแรง ไม่คุ้มครองใน 90 วันแรก | 200,000 บาท | 200,000 บาท | 200,000 บาท | 200,000 บาท |
| เฮลท์ ฟิต เฮชบี โปร · เสียชีวิตจากกรณีอื่น ทุพพลภาพ/เสียชีวิต จ่ายกรณีใดกรณีหนึ่ง | 10,000 บาท | 10,000 บาท | 10,000 บาท | 10,000 บาท |
| คุ้มครองชีวิต (สัญญาหลัก คุ้มธนกิจ 99/99) คุ้มครองถึงอายุ 99 ปี | 200,000 | 200,000 | 200,000 | 200,000 |
| เบี้ยรวมทั้งชุดต่อปี ตามช่วงวัย (อาชีพชั้น 1-2 · ชำระรายปี) | ||||
| วัยเรียน · หญิง 21 ปี | 14,126 | 18,476 | 22,506 | 15,746 |
| วัยเรียน · ชาย 21 ปี | 12,502 | 16,022 | 20,372 | 14,492 |
| วัยทำงาน · หญิง 31 ปี | 15,872 | 21,062 | 25,082 | 19,522 |
| วัยทำงาน · ชาย 31 ปี | 14,128 | 18,528 | 23,068 | 18,178 |
| วัยก่อนเกษียณ · หญิง 51 ปี | 25,666 | 32,936 | 38,826 | 33,256 |
| วัยก่อนเกษียณ · ชาย 51 ปี | 24,990 | 31,020 | 38,600 | 33,320 |
| วัยเกษียณ 61+ · หญิง 61 ปี | 36,132 | 46,032 | 55,172 | 47,302 |
| วัยเกษียณ 61+ · ชาย 61 ปี | 36,366 | 45,386 | 56,376 | 48,896 |
เบี้ยรวมทั้งชุด = สัญญาหลัก คุ้มธนกิจ 99/99 ทุน 200,000 + เฮลท์ ฟิต เฮชบี โปร 1,000 บาท/วัน + เฮลท์ ฟิต ชีลด์ ตามแผน · เป็นกรณีตัวอย่างตามเพศและอายุที่ระบุ · เบี้ยประกันสุขภาพอาจปรับตามประสบการณ์เคลมทั้งพอร์ตตามเงื่อนไขการปรับเบี้ย · โปรดอ่านเอกสารเสนอขายก่อนตัดสินใจ
เริ่มอ่านแถววงเงินต่อครั้ง ตามด้วยค่าห้องโรงพยาบาลและ ICU แล้วไล่ดูหมวด 2 กับหมวด 6 ว่าเป็นวงเงินรวมเท่าไร หลังจากนั้นให้มองช่วงหมวด 7–13 ซึ่งระบุว่าไม่คุ้มครองเหมือนกันทุกแผน ลำดับนี้ช่วยกันความเข้าใจผิดจากการเห็นคำว่า “จ่ายตามจริง” ในบางช่องแล้วคิดว่าครบทุกหมวด
แผน 3 เป็นแผนแนะนำ เพราะให้วงเงิน 400,000 บาทต่อครั้ง ค่าห้อง 4,000 บาทต่อวัน ICU 8,000 บาทต่อวัน และรายการหลักในหมวด 2 เป็นจ่ายตามจริง โดยไม่มี Deductible 20,000 บาทแบบแผน 4 แผน 3 จึงเป็นจุดเปรียบเทียบที่ดีระหว่างวงเงินกับภาระจ่ายเอง แต่คำว่าแนะนำไม่ได้แปลว่าเหมาะกับทุกคน ควรเทียบค่าห้องจริงของโรงพยาบาลที่ตั้งใจใช้และเบี้ยตามอายุ เพศ อาชีพก่อน
แผน 1 และแผน 2 เหมาะกับคนที่รับเพดานค่าห้องและวงเงินรวมหมวดย่อยได้เพื่อให้เบี้ยอยู่ในงบ ส่วนแผน 4 ให้ความคุ้มครองตามตารางใกล้กับแผน 3 แต่ผู้เอาประกันรับผิดชอบ 20,000 บาทแรกต่อครั้งแอดมิท จึงเหมาะเมื่อมีสวัสดิการหรือเงินสำรองรองรับส่วนแรกอยู่แล้ว
ในยอดเบี้ยตัวอย่างมีเฮลท์ ฟิต เฮชบี โปรติดมาด้วย หากต้องพักรักษา ผลประโยชน์รายวันอยู่ที่ 1,000 บาทและนับได้สูงสุด 1,250 วัน ถ้านอนโรงพยาบาลแล้วมีการผ่าตัดให้อีก 15,000 บาทต่อการนอนโรงพยาบาลครั้งนั้น การอยู่ ICU ให้วันละ 4,000 บาทแต่ไม่เกิน 365 วัน โรคร้ายแรงที่กำหนด 10 โรคให้ครั้งละ 30,000 บาท และรับได้สูงสุด 3 โรคตลอดสัญญา ฐานของชุดคือคุ้มธนกิจ 99/99 ทุนชีวิต 100,000 บาทซึ่งดูแลถึงอายุ 99 ปี
นึกภาพบิลค่ารักษาอยู่ในแฟ้มหนึ่ง ส่วนเงินชดเชยอยู่ในซองอีกใบ แฟ้มใช้กติกาวงเงินและหมวดของชีลด์ ซองจ่ายเป็นจำนวนซึ่งระบุไว้เมื่อเหตุเข้าเงื่อนไข เจ้าของเงินจึงนำซองไปชดเชยค่าเดินทาง รายรับที่สะดุด หรือภาระคนเฝ้าได้ แต่ห้ามเอายอดในซองไปประกาศว่าเพดานค่ารักษาสูงขึ้น
| ความคุ้มครองเสริม เบี้ยที่เพิ่มต่อปี | วัยเรียน อายุ 21 ปี | วัยทำงาน อายุ 31 ปี | วัยก่อนเกษียณ อายุ 51 ปี | วัยเกษียณ 61+ อายุ 61 ปี |
| เพิ่มค่าชดเชยรายวัน เฮลท์ ฟิต เฮชบี โปร จาก 1,000 เป็น 2,000 บาท/วัน | ญ. +2,900 ช. +2,350 | ญ. +3,100 ช. +2,600 | ญ. +4,200 ช. +4,050 | ญ. +5,250 ช. +6,200 |
| พ่วง OPD วงเงิน 5,000 บาทต่อปี | ญ. +2,440 ช. +2,230 | ญ. +3,390 ช. +3,370 | ญ. +4,340 ช. +4,290 | ญ. +4,427 ช. +4,418 |
| พ่วง OPD วงเงิน 10,000 บาทต่อปี | ญ. +3,390 ช. +3,105 | ญ. +4,840 ช. +4,670 | ญ. +7,115 ช. +6,990 | ญ. +8,061 ช. +7,885 |
| พ่วง OPD วงเงิน 15,000 บาทต่อปี | ญ. +4,340 ช. +3,980 | ญ. +6,290 ช. +5,970 | ญ. +9,890 ช. +9,690 | ญ. +12,210 ช. +11,950 |
OPD = สัญญาเพิ่มเติมผู้ป่วยนอก วงเงินเหมาจ่ายต่อรอบปีกรมธรรม์ ไม่เกิน 30 ครั้ง · รับตั้งแต่อายุ 6 ปี · เฮลท์ ฟิต เฮชบี โปร รับถึงอายุ 79 ปี · เบี้ยเป็นอาชีพชั้น 1-2 ชำระรายปี · การพ่วงได้จริงขึ้นกับการพิจารณารับประกัน
ตารางเพิ่มแสดงเบี้ยต่อปีของตัวอย่างแต่ละช่วงอายุ แยกการเพิ่มค่าชดเชยรายวันและการพ่วง OPD การเพิ่ม OPD ไม่ได้เปลี่ยนข้อจำกัดหมวด 7–13 ของตัวชีลด์ แต่เป็นการเพิ่มสัญญาที่มีขอบเขตของตัวเอง ก่อนเลือกควรคำนวณจากจำนวนครั้งที่ใช้บริการจริง โรงพยาบาลเป้าหมาย และเบี้ยที่ต้องจ่ายต่อเนื่อง ไม่ใช่ดูเพียงว่ามีคำว่า OPD ในชุด
เฮลท์ ฟิต ชีลด์ แผน 4 กำหนด Deductible 20,000 บาทต่อครั้งแอดมิท ผู้เอาประกันต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนแรกตามจำนวนนี้ก่อน แล้วความคุ้มครองจึงเริ่มทำงานตามเงื่อนไข เหตุผลที่เบี้ยของแผน 4 ต่ำกว่าแผน 3 ในตัวอย่างหลายช่วงอายุเกิดจากการแบ่งภาระส่วนแรกให้ผู้เอาประกัน ไม่ใช่เพราะแผน 4 มีวงเงินหลักน้อยกว่า
ลองประเมินให้ตรงชีวิตจริง: ถ้ามีสวัสดิการบริษัท 20,000 บาทต่อครั้งหรือมีเงินสำรองพร้อมจ่าย ส่วนแรกอาจช่วยจัดเบี้ยให้เบาลงได้ แต่ถ้าการหาเงินก้อนนี้ทุกครั้งเป็นภาระ แผน 3 ที่ไม่มี Deductible จะวางแผนกระแสเงินสดง่ายกว่า Deductible เป็นเงื่อนไขประจำแผน ส่วน Co-payment เป็นเงื่อนไขที่อาจเกิดในปีถัดไปเมื่อประวัติเคลมเข้าเกณฑ์ ทั้งสองเรื่องจึงไม่ใช่คำเดียวกัน
สมมติว่าต้องนอนโรงพยาบาล ให้แยกกระดาษเป็นสี่ช่อง: ค่าห้อง ค่าใช้จ่ายหมวด 2 ค่าใช้จ่ายหมวด 6 และรายการนอกหมวดที่ชีลด์ไม่รับ ช่องค่าห้องตรวจว่าราคาห้องเป้าหมายเกิน 2,000, 3,000 หรือ 4,000 บาทหรือไม่ ช่องหมวด 2 ของแผน 1–2 ต้องรวมค่าตรวจ ค่าบำบัด ค่ายา และเวชภัณฑ์เข้าด้วยกัน ส่วนหมวด 6 รวมการตรวจและการรักษาก่อนหรือหลังแอดมิทตามขอบเขต หากยอดใดเกินเพดานย่อย ส่วนต่างยังเป็นภาระของผู้เอาประกันแม้วงเงินต่อครั้งหลักจะเหลือ
การจำลองนี้ช่วยตอบว่าควรขยับจากแผน 1 ไปแผน 2 หรือควรไปแผน 3 เลย คนที่ใช้โรงพยาบาลค่าห้องไม่สูงอาจไม่ได้ประโยชน์จากค่าห้อง 4,000 บาทเต็มจำนวน แต่ยังอาจต้องการโครงสร้างจ่ายตามจริงของหมวด 2 ในแผน 3 ขณะที่คนมีสวัสดิการรองรับส่วนแรกอาจพบว่าแผน 4 ทำให้เบี้ยรายปีลงมาอยู่ในระดับที่รักษาต่อเนื่องได้
ควรนับภาระที่ต้องถือเองสองก้อนแยกกัน ก้อนแรกคือค่าใช้จ่ายที่เกินค่าห้องหรือเพดานย่อย ก้อนที่สองคือ Deductible ของแผน 4 การมีวงเงิน 400,000 บาทต่อครั้งไม่ได้ลบสองก้อนนี้ การมองเห็นส่วนต่างก่อนสมัครทำให้เลือกแผนจากความสามารถรับความเสี่ยง ไม่ใช่จากชื่อแผนหรือป้ายแนะนำ
หลังได้ตัวเลขครบ ลองแบ่งงบสุขภาพเป็นสามซอง ซองแรกใช้จ่ายเบี้ยประจำปี ซองที่สองกันไว้รับส่วนต่างจากค่าห้องหรือเพดานหมวดย่อย ซองสุดท้ายเป็นเงินฉุกเฉินสำหรับรายการที่สัญญาไม่รับ วิธีแบ่งนี้ทำให้เห็นทันทีว่าแผนราคาต่ำกว่ายังเหมาะอยู่หรือไม่ เพราะเบี้ยที่ประหยัดได้อาจต้องแลกกับเงินสดซึ่งต้องพร้อมในวันรักษา หากซองส่วนต่างบางเกินไป การเพิ่มความคุ้มครองตั้งแต่แรกอาจจัดการง่ายกว่า
ก่อนลงชื่อ ให้ขีดเส้นใต้คำว่า “ต่อครั้ง” ในใบเสนอ แล้ววงรายการ “ไม่คุ้มครอง” ทุกแถว จากนั้นอ่านจำนวนเงินที่ต้องจ่ายเองของแผน 4 ออกเสียงให้คนในบ้านฟัง หากทุกคนเข้าใจตรงกันว่าเหตุใดจึงเลือกเพดานนี้ การตัดสินใจก็มีฐานที่แข็งแรงกว่าการเลือกเพราะเห็นเบี้ยต่ำสุด
คนที่มีเงินสำรองก้อนเล็กควรให้คะแนน “จ่ายเองไหว” มากกว่า “เบี้ยถูก” เพราะวันแอดมิทต้องใช้สภาพคล่องจริง
เมื่อต้องเดินทางไปโรงพยาบาลแบบเร่งด่วน ช่องทาง ไทยประกันชีวิต HOTLINE ใช้ประสานการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินทางการแพทย์ได้ หากเข้ารักษาในเครือข่ายและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ไทยประกันชีวิต MEDICARE ทำหน้าที่สำรองจ่ายค่ารักษา จึงควรติดต่อเพื่อตรวจสิทธิก่อนรับบริการเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย
การคุยกับแพทย์โดยไม่เดินทางใช้ ไทยประกันชีวิต TELEMEDICINE ส่วนงานสินไหมต่างประเทศในชื่อ INTERNATIONAL CLAIMS SOLUTIONS มีข้อจำกัดที่ต้องย้ำ: สิทธิผูกกับเฮลท์ ฟิต ดีดีซึ่งเลือกค่าห้องตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป การซื้อชีลด์เพียงอย่างเดียวไม่ทำให้ได้บริการนี้ รายการช่วยเหลือเหล่านี้ไม่เติมเงินเข้าเพดาน 200,000–400,000 บาท และไม่เปิดหมวด 7–13 ให้กลับมาคุ้มครอง
วันแรกของกรมธรรม์ไม่ใช่วันที่โรคทุกกลุ่มเริ่มเบิกได้พร้อมกัน อุบัติเหตุได้รับความคุ้มครองตั้งแต่วันแรก ป่วยทั่วไปต้องผ่าน 30 วันก่อน การให้โรงพยาบาลส่ง Fax Claim แทนการสำรองจ่ายกรณีเจ็บป่วยใช้ได้หลังผ่าน 60 วัน และโรคที่กำหนดเว้นช่วง 120 วัน ซึ่งครอบคลุมเนื้องอก ถุงน้ำ หรือมะเร็งทุกชนิด ริดสีดวงทวาร ไส้เลื่อนทุกชนิด ต้อเนื้อหรือต้อกระจก การตัดทอนซิลหรืออดีนอยด์ นิ่วทุกชนิด เส้นเลือดขอดที่ขา ตลอดจนเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่
ปฏิทินนี้ป้องกันการคาดหวังผิดว่าซื้อวันนี้แล้วใช้กับอาการป่วยที่กำลังตรวจได้ทันที ผู้สมัครยังต้องเปิดเผยประวัติ พบแพทย์ ยา และผลตรวจตามจริง การพิจารณารับประกันอาจมีข้อกำหนดเฉพาะบุคคลแยกจากการนับวัน จึงควรอ่านเอกสารที่บริษัทอนุมัติควบคู่กับวันเริ่มสัญญา
เงินชดเชยรายวันจากเฮลท์ ฟิต เฮชบี โปร นับเวลาอีกชุดหนึ่ง เจ็บป่วยทั่วไปเริ่มจ่ายหลัง 30 วัน โรคที่กำหนดหลัง 120 วัน ส่วนเงินชดเชยและกรณีเสียชีวิตที่เกี่ยวกับโรคร้ายแรงต้องพ้น 90 วันก่อน จึงไม่ควรนำวันเริ่มใช้ค่ารักษามาปนกับวันเริ่มได้เงินชดเชยครับ
ให้อ่านกติกานี้เป็นประตูที่มีตัวล็อกสองชั้น คือ “จำนวนครั้ง” และ “อัตราเคลม” ต้องเปิดครบจึงเกิดภาระในปีถัดไป ประตูแรกใช้กับโรคป่วยเล็กน้อย: IPD ตั้งแต่ 3 ครั้งพร้อมยอดตั้งแต่ 200% ของเบี้ย นำไปสู่อัตรา 30% ประตูที่สองใช้กับโรคทั่วไป: IPD ตั้งแต่ 3 ครั้งพร้อมยอดตั้งแต่ 400% ของเบี้ย นำไปสู่อัตรา 30% หากเปิดพร้อมกันทั้งคู่ สัดส่วนรวมคือ 50% ส่วนการเคลมที่ขาดตัวล็อกใดตัวหนึ่งไม่ทำให้เกิดการร่วมจ่าย
กติกาเริ่มใช้ 20 มีนาคม 2568 และไม่นับ OPD โรคร้ายแรง หรือการผ่าตัดใหญ่ กรมธรรม์ซึ่งเริ่มก่อน 1 มีนาคม 2568 และรักษาการต่ออายุไว้ต่อเนื่องไม่อยู่ใต้เงื่อนไขนี้ สถานะร่วมจ่ายไม่จำเป็นต้องติดไปตลอด หากรอบถัดมาจำนวน IPD ไม่เกิน 3 ครั้งและอัตรารวมไม่เกิน 400% ของเบี้ย ก็กลับสู่ปกติได้ ส่วน Deductible 20,000 บาทของแผน 4 เป็นเงินส่วนแรกต่อการแอดมิท จึงทำงานคนละเวลาและคนละเหตุผล
“ประทับใจเปิ้ลและคุณแม่มากค่ะ ที่ช่วยดูแลเรื่องการวางแผนประกันสุขภาพ เวลาเจ็บป่วยช่วงตี1 เปิ้ลก็ขับรถมาหาที่โรงพยาบาลทันที ประทับใจสุดๆค่ะ”
— PUNCH · รีวิวจริงบนเว็บนี้
“น้องเปิ้ลดูแลดีมากๆครับ ตั้งแต่การแนะนำแผนที่เหมาะที่สุดให้ ช่วยติดต่อประสานงานให้ตลอดเวลาเบิกเคลม หรือมีคำถามใดๆ”
— ธนพ ทังสุนันทน์ · รีวิวจริงบนเว็บนี้
“ทำประกันสุขภาพให้ลูกเข้าปีที่ 3 แล้วคะ เริ่มวางแผนประกันสุขภาพลูกตั้งแต่แรกเกิด เจอเพจประกันฯคุณเปิ้ลจากเฟซบุ๊ก ประทับใจตั้งแต่แรกที่ได้คุยกัน คือสัมผัสได้ถึงความจริงใจของคุณเปิ้ล ดีใจที่วันนั้นตัดสินใจไม่ผิด…”
— น้องต้นปุญญ์ · รีวิวจริงบนเว็บนี้
“น้องเปิ้ลดูแลลูกค้าดุจญาติมิตรติดตามทุกการเจ็บป่วย และให้คำปรึกษาได้ตลอดเวลา”
— กัญฐาณิศา · รีวิวจริงบนเว็บนี้
หลักของแบบคือเพดานต่อครั้งแอดมิท แต่ต้องดูนิยามหนึ่งครั้งในสัญญา และยังมีเพดานรายหมวดซ้อนอยู่ จึงอย่าอ่านเฉพาะยอดบนหัวตาราง
หมวด 7 ถึง 13 ถูกระบุว่าไม่คุ้มครอง รายการล้างไต รังสีรักษา เคมีบำบัด รถพยาบาลฉุกเฉิน และผ่าตัดเล็กจึงเป็นช่องว่างสำคัญ
แผน 4 วางเงินส่วนแรก 20,000 บาทไว้กับผู้เอาประกันทุกครั้งแอดมิท ขณะที่แผน 3 ไม่มี Deductible จุดต่างอยู่ที่ภาระหน้าเคาน์เตอร์ ไม่ใช่ยอด 400,000 บาท
ยังสรุปไม่ได้ จำนวนต้องถึง 3 ครั้งและยอดรวมต้องแตะ 200% หรือ 400% ตามประเภทกรณีด้วย ขาดเงื่อนไขหนึ่งข้อ ประตูก็ยังไม่เปิด
ไม่นำมาคิด กติกา Co-payment ชุดนี้จับเฉพาะประวัติ IPD
ฉบับที่เริ่มก่อน 1 มีนาคม 2568 และรักษาการต่ออายุอย่างต่อเนื่องไม่ถูกใส่เงื่อนไขนี้
ล้างได้เมื่อรอบถัดไปมี IPD ไม่เกิน 3 ครั้ง พร้อมอัตรารวมไม่เกิน 400% ของเบี้ย
ยังไม่ใช่ทุกโรค ป่วยทั่วไปเว้น 30 วัน กลุ่มเฉพาะเว้น 120 วัน และ Fax Claim กรณีเจ็บป่วยใช้ได้หลัง 60 วัน โดยต้องอ่านผลพิจารณารับประกันประกอบ
ใช้วันเกิด เพศ อาชีพ ชื่อโรงพยาบาล สิทธิรักษาเดิม งบรายปี และประวัติสุขภาพ ยิ่งโจทย์ครบ การเทียบสี่แผนยิ่งเห็นส่วนต่างชัด
ส่งวันเกิดกับโจทย์โรงพยาบาลให้เปิ้ลจัดสี่แผนเคียงกันก่อนยื่นคำขอ ผู้สมัครต้องเล่าข้อมูลสุขภาพโดยครบถ้วน การตรวจร่างกายจะเป็นไปตามประวัติที่บริษัทพิจารณา ส่วนค่าเบี้ยให้สแกน QR Code ซึ่งออกโดยบริษัทเท่านั้น รอบสุดท้ายให้อ่านค่าห้อง ก้อนรวมรายหมวด ช่องว่าง 7–13 และเงินส่วนต้นที่ครอบครัวต้องถือไว้เอง
เราเก็บข้อมูล (เช่น ชื่อ เบอร์โทร) เฉพาะเมื่อท่านกรอกแบบฟอร์มด้วยตนเอง เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น อ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว
คุกกี้ที่จำเป็น
จำเป็นต่อการทำงานพื้นฐาน เช่น จดจำการยอมรับนโยบายนี้ ปิดใช้งานไม่ได้
คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์
ช่วยให้เราเข้าใจการใช้งานเว็บไซต์และปรับปรุงประสบการณ์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น
คุกกี้เพื่อการตลาด
ใช้วัดผลโฆษณา (เช่น Google, Facebook) ว่าโฆษณาไหนช่วยให้ท่านพบเว็บไซต์นี้